ประกาศคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย (ชื่อส่วนงาน)
-------------------------------------

       ด้วยมหาวิทยาลัยมหิดลมีความประสงค์จะรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเป็น พนักงานมหาวิทยาลัย (ชื่อส่วนงาน) ตำแหน่งอาจารย์ จำนวน ๑ อัตรา ปฏิบัติงาน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

        ๑. ตำแหน่งที่จะดำเนินการรับสมัครเพื่อคัดเลือก ตำแหน่งที่บรรจุปรากฏอยู่ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้

        ๒. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร ผู้สมัครรับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๑ และมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบแนบท้ายประกาศนี้

        ๓. เอกสารหลักฐานประกอบการสมัครในลักษณะของไฟล์อิเล็กทรอนิกส์(PDF)เท่านั้น
           ๓.๑ สำเนาหลักฐานวุฒิการศึกษาและสำเนาใบรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์
           ๓.๒ สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชน
           ๓.๓ สำเนาคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษ จำนวน ๑ ฉบับ (ตามเกณฑ์ผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยมหิดลกำหนด)
           ๓.๔ หลักฐานอื่นๆ เช่น ใบทหารกองเกิน ใบเปลี่ยนชื่อ–สกุล ทะเบียนสมรส
           ๓.๕ ใบรับรองการทำงาน (ถ้ามี)
           ๓.๖ ไฟล์รูปถ่ายหน้าตรง ใส่ชุดสุภาพ ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน ในรูปแบบ jpg หรือ png ที่มีขนาดไม่เกิน ๒๐๐ kb

        ๔. การสมัครและการยื่นใบสมัคร ผู้ประสงค์จะสมัครงานสามารถกรอกใบสมัครลงในระบบ e-Recruitment Online
ที่ http://www.op.mahidol.ac.th/orpr/E-Recruitment ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๒

        ๕. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก วัน เวลา และสถานที่ทำการคัดเลือก
           ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกภายในวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ http://www.op.mahidol.ac.th/orpr/E-Recruitment

 
 
ประกาศ ณ วันที่         ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
 

(ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา)
คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล




 



รายละเอียดแนบท้ายประกาศคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ลงวันที่         ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑


ตำแหน่ง อาจารย์ จำนวน ๑ อัตรา
หน่วยงาน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
ประสบการณ์ หากมีประสบการณ์การสอนหรือการทำงานในสถาบันการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ(ต้องแนบใบรับรองการผ่านงานประกอบการสมัคร)
คุณสมบัติของผู้สมัคร

๑.ได้รับคุณวุฒิปริญญาเอกหรือสูงกว่าทางด้านการศึกษา หรือ ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
๒.มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี
๓.หากมีประสบการณ์การสอนหรือการทำงานในสถาบันการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ(ต้องแนบใบรับรองการผ่านงานประกอบการสมัคร)
๔.ไม่จำกัดเพศ (หากเป็นเพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วหรือได้รับการยกเว้น กรุณาแนบ สด.๘ หรือ สด.๔๓ มาด้วย)
๕.อายุไม่เกิน ๔๕ ปีบริบูรณ์นับถึงวันรับสมัคร
๖.กรุณาแนบเอกสารดังต่อไปนี้ (หากไม่มีจะไม่รับพิจารณา)
๖.๑ประวัติส่วนตัวโดยสังเขป(Curriculum Vitae : CV)
๖.๒ส่งบทความภาษาอังกฤษ พิมพ์ในกระดาษ A๔ ความยาว ๕-๑o หน้า โดยใช้Font:Time New Roman ขนาด ๑๒ point, double space, Margins ด้านละ ๑ นิ้ว ในหัวข้อ "How can I improve the Master of Science Program in Health Science Education at Mahidol University"

ผ่านเกณฑ์ทดสอบภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยมหิดลกำหนด จะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
LELTS(Academic Module) คะแนนไม่ต่ำกว่า
TOFEL IBT คะแนนไม่ต่ำกว่า ๗๙
TOFEL ITP คะแนนไม่ต่ำกว่า ๕๕o
TOFEL CBT คะแนนไม่ต่ำกว่า ๒๑๓
MU GRAD Test คะแนนไม่ต่ำกว่า ๘o

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

๑.ภาระงานด้านการสอน : สอนนักศึกษาในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอนและ/หรือการอบรมในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เป็นที่ปรึกษาปริญญานิพนธ์และ/หรือให้คำแนะนำ-ปรึกษาแก่นักศึกษา
๒.ภาระงานด้านการวิจัย : ผลิตงานวิจัยทางการศึกษาเพื่อนำเสนอและเผยแพร่ในระดับชาติหรือนานาชาติ
๓.ภาระงานด้านบริการวิชาการ : เป็นวิทยากรหรือผู้ช่วยวิทยากรในการจัดอบรม และให้บริการวิชาการแก่สังคม ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

หลักเกณฑ์การคัดเลือก

สอบสัมภาษณ์ และพิจารณาจากเอกสารแนบ

อัตราเงินเดือนและสวัสดิการ

- เงินเดือน ๓๑,๕oo บาท
- ค่าตอบแทน
- สวัสดิการรักษาพยาบาลสิทธิกองทุนประกันสังคม(สำหรับพนักงาน)
- ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน ๒o,ooo บาท/ปี (สำหรับพนักงาน บิดา มารดา คู่สมรส บุตร โดยเบิกได้ตามสิทธิข้าราชการ ไม่เกินวงเงินข้างต้น)
- ค่าลดหย่อนส่วนเกินสิทธิค่ารักษาพยาบาล
- ตรวจสุขภาพประจำปี
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- โครงการสวัสดิการผ่านสิทธิ์ เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย
- เงินช่วยเหลือพิเศษต่างๆ จากกองทุนสวัสดิการคณะฯ
- สถานที่รับเลี้ยงและดูแลบุตร
ฯลฯ