ข้อ 2 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป มีคุณลักษณะตามภารกิจหน้าที่ ไม่มีคุณลักษณะต้องห้าม และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ตามข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 12 ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการสรรหาหัวหน้าส่วนงาน พ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556 รายละเอียดดังนี้
2.1 มีคุณสมบัติทั่วไป ตามข้อ 6 ของข้อบังคับฯ
(1) ต้องสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
(2) สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา
(3) เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
แต่ถ้ายังเป็นข้าราชการ จะต้องมีหนังสือแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยต่อคณะกรรมการสรรหา หากได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนงาน
กรณีที่เป็นบุคคลภายนอก จะต้องแสดงเจตนาที่จะบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยปฏิบัติงานเต็มเวลาต่อคณะกรรมการสรรหา หากได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนงาน
คุณสมบัติ (3) นี้ให้ยกเว้นในกรณีการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนหัวหน้าส่วนงานในกรณีที่ตำแหน่งหัวหน้าส่วนงานนั้นว่างลง
2.2 มีคุณลักษณะตามภารกิจหน้าที่ ตามข้อ 7 ของข้อบังคับฯ
2.2.1 ด้านวิชาการ
(1) มีประสบการณ์ด้านการสอน การวิจัย และมีสัมฤทธิผลทางวิชาการสูง
(2) มีความคิดริเริ่มในทางวิชาการ
(3) มีความสนใจ เอาใจใส่ด้านการศึกษา
2.2.2 ด้านการบริหาร
(1) มีความรู้ ความเข้าใจในภาระงานของส่วนงานเป็นอย่างดี และมีประสบการณ์ในการบริหารงานและการวางแผน
(2) มีลักษณะเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และศักยภาพที่จะนำความเจริญและชื่อเสียงมาสู่ส่วนงานและมหาวิทยาลัย
(3) มีความยุติธรรมและเมตตาธรรม
(4) มีประสบการณ์และความสามารถในการติดต่อประสานงานระดับส่วนงาน มหาวิทยาลัยและนานาชาติ
(5) เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม
(6) ยอมรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลอื่น
2.2.3 ด้านจริยธรรม เป็นผู้มีประวัติอันดีงาม ทั้งในด้านการงาน และส่วนตัว มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดี
2.3 ไม่มีคุณลักษณะต้องห้ามตามข้อ 8 ของข้อบังคับฯ ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 6 (ข) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2568 ดังนี้
(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(2) เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นโรคตามที่ ก.บ.ค. กำหนด
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักงาน หรือถูกสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อนตามข้อบังคับนี้ หรือกฎหมายอื่น
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรม จริยธรรมอันดี
(5) เป็นผู้ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
(6) เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(7) เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน หรือองค์การระหว่างประเทศ
(8) เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับนี้ หรือกฎหมายอื่น
(9) เป็นผู้ที่เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
ลักษณะต้องห้ามตาม (5) ของวรรคหนึ่ง กรณีผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยระดับต้นขึ้นไป ประธานหลักสูตร และประธานกลุ่มสาขาวิชา หากเป็นผู้ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย จะดำรงตำแหน่งนั้นไม่ได้ ทั้งนี้ ให้รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร (ผู้อำนวยการ) และตำแหน่งระดับหัวหน้างานในส่วนงานหรือหน่วยงาน ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบและปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเงิน การคลัง พัสดุ และการบริหารทรัพย์สินด้วย
2.4 หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ตามข้อ 12 ของข้อบังคับฯ เพื่อความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
(1) สามารถดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการได้อย่างน้อย 3 ปี นับถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์
กรณีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการมาแล้ว 1 วาระ หากได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการในวาระที่ 2 ติดต่อกัน ต้องสามารถดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการได้อย่างน้อย 2 ปี นับถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์