ข้อ 2 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ จะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมีคุณสมบัติตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของหัวหน้าหน่วยงานและรองหัวหน้าหน่วยงานของส่วนงานที่มิใช่ภาควิชาหรือเทียบเท่าภาควิชา พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้ง
มีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ดังนี้
2.1 ต้องสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญา หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง โดยมีคุณวุฒิพื้นฐานระดับปริญญาตรีทางด้านนิติศาสตร์ หากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ทางนิติศาสตร์ กฎหมาย การบริหาร หรือได้รับประกาศนียบัตรเนติบัณฑิต หรือมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน
จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
2.2 มีประสบการณ์ทำงานด้านกฎหมาย หรือดำรงตำแหน่งนิติกร ไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีประสบการณ์ในการบริหารงานด้านกฎหมาย ไม่ต่ำกว่าระดับหัวหน้างาน หรือเทียบเท่า
2.3 สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา
2.4 เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานมหาวิทยาลัย (ชื่อส่วนงาน) หรือข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีคุณลักษณะสอดคล้องกับค่านิยมของมหาวิทยาลัย
กรณีเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ต้องมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
2.5 กรณีเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย หรือมิได้เป็นบุคลากรตามข้อ 2.4 หากได้รับการคัดเลือก จะต้องบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติงานเต็มเวลา
2.6 ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือรับรอง หากกรณีผู้ได้รับคัดเลือกยังไม่ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือรับรอง จะแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนในตำแหน่งที่ได้รับคัดเลือก และให้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือรับรอง ภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
2.7 มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยยื่นผลการทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ IELTS (Academic Module), TOEFL IBT (Internet Based), TOEFL - ITP, TOEIC, MU GRAD Test, MU GRAD Plus, MU – ELT, CU - TEP (Internet Based), TU - GET (Paper Based) และ TU - GET (Computer Based) ซึ่งมีอายุไม่เกิน 2 ปี นับจนถึงวันที่ปิดรับสมัคร
ข้อ 3 การได้มาซึ่งชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ เพื่อให้คณะกรรมการสรรหานำมาพิจารณา มี 3 วิธี ดังนี้
3.1 การสมัครเข้ารับการพิจารณาโดยยื่นใบสมัครต่อคณะกรรมการสรรหา
3.2 การเสนอชื่อจากผู้อำนวยการกองต่าง ๆ และศูนย์ หรือหน่วยงานที่เทียบเท่าในสังกัดสำนักงานอธิการบดี ยกเว้นผู้อำนวยการกองกฎหมาย มีสิทธิเสนอชื่อได้ คนละ 1 ชื่อ
3.3 การเสนอชื่อจากบุคลากรสังกัดกองที่ปฏิบัติงานในกองมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจนถึงวันที่ให้มีการเสนอชื่อ มีสิทธิเสนอชื่อได้ คนละ 1 ชื่อ
ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นกรรมการสรรหาไม่สามารถเสนอชื่อ หรือถูกเสนอชื่อได้