ข้อ 2 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ จะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและมีคุณสมบัติตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของหัวหน้าหน่วยงานและรองหัวหน้าหน่วยงานของส่วนงานที่มิใช่ภาควิชาหรือเทียบเท่าภาควิชา พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ดังนี้
2.1 ต้องสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญา หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง ไม่จำกัดสาขา หากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
2.2 มีประสบการณ์ทำงานด้านวิเทศสัมพันธ์ ไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือมีประสบการณ์ในการบริหารงานและการบริหารโครงการด้านวิเทศสัมพันธ์ ไม่ต่ำกว่าระดับหัวหน้างานหรือเทียบเท่า
2.3 สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา
2.4 เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานมหาวิทยาลัย (ชื่อส่วนงาน) หรือข้าราชการพลเรือน
ในสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีคุณลักษณะสอดคล้องกับค่านิยมของมหาวิทยาลัย
กรณีเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ต้องมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง
2.5 กรณีเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย หรือมิได้เป็นบุคลากรตามข้อ 2.4 หากได้รับการคัดเลือก จะต้องบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติงานเต็มเวลา
2.6 ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือรับรอง หากกรณีผู้ได้รับคัดเลือก
ยังไม่ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือรับรอง จะแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนในตำแหน่งที่ได้รับคัดเลือก และให้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือรับรอง ภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
2.7 มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ
ยื่นหลักฐานคะแนนผลการทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งผลสอบดังกล่าวยังไม่หมดอายุ ณ วันที่ยื่นคะแนน โดยมีผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษ ตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การกำหนดเกณฑ์ผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2567
ข้อ 3 การได้มาซึ่งชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ เพื่อให้คณะกรรมการสรรหานำมาพิจารณา
มี 3 วิธี ดังนี้
3.1 การสมัครเข้ารับการพิจารณาโดยยื่นใบสมัครต่อคณะกรรมการสรรหา
3.2 การเสนอชื่อจากผู้อำนวยการกองต่าง ๆ และศูนย์ หรือหน่วยงานที่เทียบเท่าในสังกัด สำนักงานอธิการบดี ยกเว้นผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ มีสิทธิเสนอชื่อได้ คนละ 1 ชื่อ
3.3 การเสนอชื่อจากบุคลากรสังกัดกองที่ปฏิบัติงานในกองมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจนถึงวันที่ให้มีการเสนอชื่อ มีสิทธิเสนอชื่อได้ คนละ 1 ชื่อ โดยวิธีการเสนอชื่อตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ทั้งนี้ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องได้รับการเสนอชื่อจำนวนตั้งแต่ร้อยละ 10 ของจำนวนผู้มีสิทธิเสนอชื่อจึงจะได้รับการทาบทามเข้าสู่กระบวนการสรรหาและคัดเลือก