ข้อ 2 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้างาน จะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551
และที่แก้ไขเพิ่มเติม และต้องมีคุณสมบัติตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของหัวหน้าหน่วยงานและรองหัวหน้าหน่วยงานของส่วนงานที่มิใช่ภาควิชาหรือเทียบเท่าภาควิชา พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้
2.1 ต้องสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาขึ้นไป หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง ไม่จำกัดสาขา
2.2 มีประสบการณ์ทำงานด้านงานบริการกลางและยานพาหนะ ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือมีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งบริหาร ไม่ต่ำกว่าระดับหัวหน้างานหรือเทียบเท่า หรือ มีประสบการณ์ทำงานในกองบริหารงานทั่วไป ไม่น้อยกว่า 4 ปี
2.3 สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา
2.4 เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานมหาวิทยาลัย (ชื่อส่วนงาน) ในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีคุณลักษณะสอดคล้องกับค่านิยมของมหาวิทยาลัย
2.5 กรณีเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย หรือมิได้เป็นบุคลากรตามข้อ 2.4 หากได้
รับการคัดเลือก จะต้องบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติงานเต็มเวลา
2.6 ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือรับรอง หากกรณีผู้ได้รับคัดเลือกยังไม่ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือรับรอง จะแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนในตำแหน่งที่ได้รับคัดเลือก และให้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือรับรอง ภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
2.7 มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ
กรณีเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย ตามข้อ 2.5 ต้องยื่นหลักฐานคะแนนผลการทดสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมีอายุไม่เกิน 2 ปี นับจนถึงวันที่ปิดรับสมัคร โดยมีผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษ ตามประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง การกำหนดเกณฑ์ผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2567
ข้อ 3 การได้มาซึ่งชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งหัวหน้างาน เพื่อให้คณะกรรมการสรรหานำมาพิจารณา มี 2 วิธี ดังนี้
3.1 การสมัครเข้ารับการพิจารณาโดยยื่นใบสมัครต่อคณะกรรมการสรรหา
3.2 การเสนอชื่อจากบุคลากรสังกัดกองฯ ที่ปฏิบัติงานในกองฯ มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจนถึงวันที่ให้มีการเสนอชื่อ มีสิทธิเสนอชื่อบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ได้คนละ 1 ชื่อ โดยวิธีการเสนอชื่อตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ทั้งนี้ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องได้รับการเสนอชื่อจำนวนตั้งแต่ร้อยละ 10 ของจำนวนผู้มีสิทธิเสนอชื่อจึงจะได้รับการทาบทามเข้าสู่กระบวนการสรรหาและคัดเลือก
ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นกรรมการสรรหาไม่สามารถเสนอชื่อ หรือถูกเสนอชื่อได้