๑. การวิเคราะห์และออกแบบระบบ
๑.๑. รวบรวมและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานจากหน่วยงานต่าง ๆ
๑.๒. ศึกษากระบวนการทำงานเดิม และเสนอแนวทางปรับปรุงด้วยระบบสารสนเทศ
๑.๓. จัดทำความต้องการของระบบ เช่น Functional Requirement และ Non-functional Requirement
๑.๔. ออกแบบกระบวนการทำงานของระบบ หน้าจอ แบบจำลองข้อมูล และการเชื่อมโยงระหว่างระบบ
๑.๕. วิเคราะห์ผลกระทบต่อระบบเดิมก่อนดำเนินการพัฒนาหรือปรับปรุงระบบ
๑.๖. ประเมินความซับซ้อน ระยะเวลา และทรัพยากรที่ใช้ในการพัฒนาระบบ
๑.๗. ร่วมจัดลำดับความสำคัญของงานพัฒนาระบบกับหัวหน้างานและผู้ใช้งาน
๒. การพัฒนา Frontend
๒.๑. พัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้งานด้วย React และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
๒.๒. พัฒนาหน้าจอให้รองรับ Responsive Web Design และสามารถใช้งานได้บนคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ
๒.๓. พัฒนาระบบในรูปแบบ Progressive Web Application ตามความเหมาะสม
๒.๔. พัฒนา Component ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้
๒.๕. เชื่อมต่อ Frontend กับ Backend ผ่าน REST API หรือมาตรฐานที่องค์กรกำหนด
๒.๖. จัดการข้อมูล สถานะของระบบ การตรวจสอบข้อมูล และการแสดงผลข้อผิดพลาดอย่างเหมาะสม
๒.๗. ปรับปรุงประสิทธิภาพการโหลดหน้า การเรียกใช้ข้อมูล และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
๒.๘. พัฒนา UI ให้เป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบขององค์กร
๒.๙. ตรวจสอบความถูกต้องของการแสดงผลบน Web Browser และอุปกรณ์ที่องค์กรรองรับ
๓. การพัฒนา Backend
๓.๑. พัฒนา Backend Application และ API ด้วย Node.js, PHP และ Laravel
๓.๒. ออกแบบและพัฒนา Business Logic ให้สอดคล้องกับกฎการทำงานขององค์กร
๓.๓. พัฒนา RESTful API หรือบริการสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบ
๓.๔. จัดการ Authentication, Authorization, Session และสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
๓.๕. พัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลก่อนบันทึกหรือประมวลผล
๓.๖. จัดการข้อผิดพลาดและจัดทำข้อความตอบกลับที่เหมาะสม
๓.๗. พัฒนา Background Process, Scheduled Job, Queue หรือ Notification ตามความต้องการของระบบ
๓.๘. เชื่อมต่อระบบกับบริการหรือ API ภายนอก
๓.๙. ปรับปรุงประสิทธิภาพของ Backend และลดปัญหาการประมวลผลที่ใช้เวลานาน
๓.๑๐. จัดทำ Log ที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบ การวิเคราะห์ปัญหา และการติดตามเหตุการณ์
๔. การพัฒนาและบริหารจัดการฐานข้อมูล
๔.๑. ออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูล ตาราง ความสัมพันธ์ และข้อกำหนดของข้อมูล
๔.๒. พัฒนาและใช้งานฐานข้อมูล MySQL และ Oracle
๔.๓. เขียนและปรับปรุง SQL Query, Stored Procedure, Function, View หรือ Database Object ที่เกี่ยวข้อง
๔.๔. วิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพของ Query
๔.๕. กำหนด Index และโครงสร้างฐานข้อมูลให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน
๔.๖. จัดทำ Database Migration และ Script สำหรับติดตั้งหรือปรับปรุงระบบ
๔.๗. ตรวจสอบความถูกต้องและความสอดคล้องของข้อมูล
๔.๘. ป้องกันปัญหาข้อมูลซ้ำ ข้อมูลผิดพลาด และการสูญหายของข้อมูล
๔.๙. ประสานงานกับผู้ดูแลฐานข้อมูลในการสำรองข้อมูล การกู้คืนข้อมูล และการจัดการสิทธิ์
๔.๑๐. ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
๕. การทดสอบระบบ
๕.๑. ทดสอบการทำงานของระบบให้ตรงตามความต้องการที่กำหนด
๕.๒. ทดสอบ API, Business Logic, Database และการแสดงผลของ Frontend
๕.๓. ทดสอบระบบบนอุปกรณ์และ Web Browser ที่หลากหลาย
๕.๔. ตรวจสอบปัญหาด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยเบื้องต้น
๕.๕. แก้ไขข้อผิดพลาดที่พบจากการทดสอบของทีมพัฒนาและผู้ใช้งาน
๕.๖. สนับสนุนการทดสอบ User Acceptance Test หรือ UAT
๖. การติดตั้งและนำระบบขึ้นใช้งาน
๖.๑. จัดเตรียมระบบสำหรับ Development, Testing, Staging และ Production
๖.๒. ติดตั้งและกำหนดค่าระบบบน Linux Server
๖.๓. ประสานงานกับผู้ดูแล Server, Network และ Database ในการนำระบบขึ้นใช้งาน
๖.๔. จัดทำ Environment Configuration และจัดการข้อมูลลับอย่างเหมาะสม
๖.๕. ตรวจสอบความพร้อมของระบบก่อนและหลังการ Deploy
๖.๖. จัดทำแผน Rollback ในกรณีที่การติดตั้งระบบเกิดปัญหา
๖.๗. แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างหรือหลังการ Deploy
๗. การดูแลและบำรุงรักษาระบบ
๗.๑. ดูแล แก้ไข และปรับปรุงระบบสารสนเทศที่องค์กรใช้งาน
๗.๒. วิเคราะห์สาเหตุของข้อผิดพลาดและดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
๗.๓. แก้ไขปัญหาที่ได้รับแจ้งจากผู้ใช้งานหรือระบบ Help Desk
๗.๔. ปรับปรุงระบบให้รองรับความต้องการใหม่และการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทำงาน
๗.๕. ติดตามและแก้ไขช่องโหว่ของ Framework, Library และ Package ที่ใช้งาน
๗.๖. ปรับปรุงประสิทธิภาพ ความเสถียร และความปลอดภัยของระบบ
๗.๗. จัดทำ Root Cause Analysis สำหรับปัญหาที่มีความรุนแรงหรือเกิดขึ้นซ้ำ
๗.๘. ดูแล Source Code และ Version ของระบบให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
๗.๙. สนับสนุนการกู้คืนระบบในกรณีเกิดเหตุขัดข้อง
๗.๑๐. ปฏิบัติงานนอกเวลาทำการในกรณีที่ระบบสำคัญเกิดปัญหาตามที่ได้รับมอบหมาย
๘. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
๘.๑. พัฒนาระบบตามแนวทาง Secure Coding
๘.๒. ป้องกันช่องโหว่ที่พบบ่อย เช่น SQL Injection, Cross-site Scripting, Cross-site Request Forgery และ Broken Access Control
๘.๓. ตรวจสอบและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทและสิทธิ์ของผู้ใช้งาน
๘.๔. จัดการข้อมูลสำคัญ รหัสผ่าน Token และ Secret อย่างปลอดภัย
๘.๕. ตรวจสอบ Library และ Dependency ที่มีช่องโหว่
๘.๖. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญใน Source Code, Log หรือข้อความ Error
๘.๗. แก้ไขช่องโหว่ตามระดับความรุนแรงและระยะเวลาที่องค์กรกำหนด
๘.๘. ปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยสารสนเทศและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล