คุณสมบัติทั่วไป:
ผู้สมัครรับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑ และมีคุณสมบัติดังนี้
๑) ไม่จำกัดเพศ (เพศชายต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือได้รับการยกเว้น)
๒) อายุไม่เกิน ๔๐ ปี
๓) ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นโรคที่กำหนดไว้ในประกาศมหาวิทยาลัย
๔) ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักงาน หรือถูกสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน
๕) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
๖) ไม่เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
๗) ไม่เคยถูกลงโทษให้ออกหรือไล่ออกตามข้อบังคับนี้ หรือไม่เคยถูกลงโทษให้ออก ไล่ออก หรือเลิกสัญญาปฏิบัติงาน เพราะกระทำผิดวินัยร้ายแรงตามข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศอื่นใดที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ
๘) ไม่เคยถูกให้ออก ปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ บริษัทเอกชนหรือองค์การระหว่างประเทศ
๙) ไม่เคยกระทำการทุจริตในการสอบหรือการคัดเลือกเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานของรัฐ
๑o) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี
๑๑) ไม่เป็นผู้ที่ศาลได้พิพากษาให้ล้มละลาย และยังอยู่ในระหว่างการเป็นบุคคลล้มละลาย
๑๒) เป็นผู้ไม่บกพร่องในศีลธรรม จริยธรรมอันดี ไม่ต้องโทษคดีอาญา และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยการบริหารงานบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. ๒๕๕๓
๑๓) หากมีความรู้และประสบการณ์ด้านการสื่อสารการตลาด จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับในกระบวนการบรรจุเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมและข้อมูลสุขภาพ หากพบว่าผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมีคุณสมบัติไม่ตรงตามข้อบังคับ มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิในการบรรจุเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง (Required qualifications):
๑) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการตลาด การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ นิเทศศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
๒) มีความรู้และทักษะด้านการสื่อสารการตลาด (Marketing Communication) และสามารถวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย วางแผนการสื่อสาร กำหนดสารสำคัญ เลือกใช้ช่องทางและรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย
๓) มีทักษะในการสร้างสรรค์และพัฒนาเนื้อหาเพื่อการสื่อสารการตลาด ทั้งในรูปแบบข้อความ ภาพ และสื่อดิจิทัล และสามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับแพลตฟอร์มและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน
๔) มีความรู้และสามารถใช้งานสื่อสังคมออนไลน์และช่องทางดิจิทัลเพื่อการสื่อสารการตลาด รวมทั้งสามารถติดตามและประเมินผลการสื่อสารจากข้อมูลและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานได้
๕) สามารถใช้โปรแกรมและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เช่น Microsoft Word, Excel และ PowerPoint รวมถึงโปรแกรมหรือแพลตฟอร์มสำหรับการออกแบบสื่อ เช่น Canva หรือ Adobe Creative Suite และสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์และพัฒนาเนื้อหาได้อย่างเหมาะสม
๖) มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการเขียนและการเล่าเรื่อง (Storytelling) และสามารถนำเสนอเนื้อหาด้านภาษา วัฒนธรรม การศึกษา งานวิจัย และบริการวิชาการให้น่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้
๗) มีทักษะการสื่อสารและการประสานงานที่ดี สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในการปฏิบัติงานได้
๘) สามารถวางแผนและบริหารจัดการงานหลายประเภทพร้อมกัน จัดลำดับความสำคัญของงาน และดำเนินงานให้สำเร็จตามกำหนดเวลา
๙) มีความกระตือรือร้น เปิดรับแนวคิดและวิธีการทำงานใหม่ มีความคิดริเริ่ม สามารถเรียนรู้และปรับตัวตามพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายและการเปลี่ยนแปลงของสื่อและเทคโนโลยี
๑๐) สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นทีม ประสานงานกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก และสามารถรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จได้ด้วยตนเอง